ขอคั่นจังหวะเรื่องชา มาระบายแปะไว้ตรงนี้หน่อย เดี๋ยวจะลืม
 
          ปกติกลับฮ่องกงช่วงปิดเทอม (มีนาคม - มิถุนายน) ปีนี้ทำโน่นทำนี่จนยืดมาถึงเดือนกรกฎาคม ปีนี้เลยเจอหน้าร้อน ๒ หนในหนึ่งปี เพราะหน้าร้อนฮ่องกงคือช่วงมิถุนายน-สิงหาคม แล้วที่นี่ร้อนมาก ร้อนทรมานกว่าเมืองไทย เพราะไทยร้อนแดด ร้อนแบบแห้ง ๆ เผา ๆ แต่ที่ฮ่องกงร้อนชื้น เหมือนอยู่ในหม้อนึ่ง หายใจจะไม่ออกเอา
 
          สองสามวันมานี้ฟ้าครึ้ม ๆ เหมือนฝนจะตก ก็ดีใจ ว่าจะได้เย็นลงมาหน่อย แต่ข่าวก็ประกาศว่ามีพายุโซนร้อนเกิดขึ้น กำลังตรงมาทางทะเลจีนใต้ ก็ยังดีใจอยู่ เพราะชอบฝน ก่อนหน้าพายุเข้าหนึ่งวัน มีฝนฟ้าคะนอง ฟ้าที่นี่ร้องไม่เหมือนเมืองไทยนะ ที่ไทยนี่ฟ้าร้องนาน ๆ ครั้ง ฟังพอลุ้นเป็นจังหวะต้องรอกัน แต่ที่นี่เหมือนรัวกลองสแนร์ ดังครืน ๆ ตลอดเวลา
 
          แต่พอพายุเข้าจริง ๆ กลับไม่มีฟ้าร้องเลย มีแต่ลมกับฝน ตอนแรกทางการประกาศเตือนภัยพายุระดับ ๑ ก็เออดี เบา ๆ พอให้เย็น แต่พักเดียวก็กลายมาเป็นระดับ ๓ ลูกเล็กเด็กแดงไม่ต้องไปโรงเรียนแล้ว กลับบ้านระวังภัย ลมเริ่มแรง ใครเซตผมมานี่คือเปลืองตังฟรีเลย
 
          พอตกค่ำเท่านั้นแหละ ประกาศเตือนภัยพายุก็กลายเป็นระดับ ๘ คือเหมือนเคอร์ฟิวเล็ก ๆ แล้ว การจราจรบนพื้นผิวถนนควรหลีกเลี่ยง ขนส่งมวลชนทั้งหลายที่ต้องใช้ถนน และเรือต้องหยุดหมดเพื่อความปลอดภัย ลมแรงชนิดที่ว่าหาไม่ได้ในกรุงเทพ
 
          ทำความเข้าใจก่อนว่าระดับพายุที่ฮ่องกงเขาแบ่งเป็นอย่างนี้ คือ ๑ ๓ ๘ ๙ และ ๑๐ ซึ่งระดับ ๑๐ นี่แรงที่สุดแล้ว คือต้องเป็นพายุไต้ฝุ่น และตาพายุอยู่ใกล้ฮ่องกงมาก ความเร็วลม ๑๑๘ กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไปรึไงนี่แหละ ซึ่งครั้งล่าสุดที่ฮ่องกงประกาศเตือนภัยพายุระดับ ๑๐ คือเมื่อ ๑๓ ปีที่แล้ว แล้วรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น
 
          ถ้าซื้อหวยคงถูกไปแล้ว ราวเที่ยงคืนประกาศเตือนภัยเลื่อนระดับไปเป็นระดับ ๑๐ !!! แล้วคุณเอ๋ย ใครคิดว่าเคยเจอลมแรงลมร้ายมาก่อน มาเจอที่นี่ล่ะก็ไม่ต้องพูดถึงกันเลย ถึงแม้ไม่มีฟ้าร้องฟ้าผ่า แต่เสียงลมดังเหมือนเสียงฟ้าผ่าจากที่ไกล ๆ ถ้าหลับตานะจะนึกว่านั่งอยู่ใต้ทางด่วนที่มีรถสิบล้อวิ่งผ่านตลอดเวลา
 
          ฝนนี่ไม่มีทิศแล้ว คือตกจากทุกทิศทาง บนล่างซ้ายขวามาหมด กางร่มไปก็เท่านั้น อันที่จริงจะเดินก็เดินไม่ได้ ลมมันพัดจนทำให้ล้ม ดูในทีวี คนต้องเกาะเสาไฟเอา ไม่งั้นอาจไปตามลม
 
          นั่งอยู่ที่ห้องชั้น ๒๒ แรงลมดึงเอาประตูหน้าต่างทุกบานในบ้านเขย่าตลอดเวลา ลมโหมหนัก ๆ หน่อยจะรู้สึกได้เลยว่าตึกสั่นนิด ๆ
 
          ถามว่ากลัวไหม ไม่กลัวเลย! สนุกมาก นั่งฟังเสียงลม เดินลงไปข้างล่างหน้าตึก ดูลม ต้นไม้นี่แทบจะลงไปนอนราบกับพื้น หน้าตึกอยู่ในร่มแล้วนะ แต่มีช่องลม ลมมันยังพัดฝนให้พุ่งเข้ามาขนานกับพื้น คือเห็นเม็ดฝนผ่านประตูไปในแนวนอน
 
          ไปดูที่ทางหนีไฟ น้ำท่วม ซัดมาจากหน้าต่างที่ไม่ปิดกระจก (เพราะต้องตอนระบายควันหากเกิดเพลิงไหม้) น้ำไหลซึมผ่านประตูหนีไฟเข้าไปในอาคาร อลหม่านกันสุด ๆ
 
          แม่บอกว่า นาน ๆ แกจะมามาช่วงพายุเข้าที มาถึงก็พาระดับ ๑๐ มาด้วยเลยนะ วันนี้เลยเดินไปซื้อ Lotto สองใบ เผื่อโชคดี ^^
 
          ลูกระดับ ๑๐ ล่าสุดเมื่อปี ๑๙๙๙ โหมรุนแรงอยู่ ๑๑ ชั่วโมง โชคดีลูกนี้แวะมาแป๊บเดียว ราวสี่ชั่วโมงก็ผ่านเกาะฮ่องกงไป วันนี้เลยออกไปเดินดูความเสียหาย ต้นไม้โค่นเยอะมาก กิ่งหักบ้าง ยกมาทั้งรากบ้าง พวกต้นสูง ๆ บาง ๆ ก็เอนถาวรไปเลย เอียงเป็นหอเอนเมืองปิซา พื้นนี่มีแต่ใบไม้เต็มไปหมด สงสารคนทำความสะอาดมาก
 
          อีกเรื่องหนึ่งคือ กรมอุตุนิยมที่นี่ทำงานดีมาก รวดเร็ว ให้ข้อมูลทันใจ ในเวปเพจของกรมอุตุฮ่องกง อัพเดทภาพถ่ายดาวเทียมเป็นรายชั่วโมง แผนที่ลมเป็นรายสิบนาที ของไทยอัพเดทวันละสี่หน ตีหนึ่ง เจ็ดโมงเช้า บ่ายโมง และหนึ่งทุ่ม แค่นั้น แต่จะว่าไงได้เนาะ ที่นี่เขาเล็กกว่าเยอะ เลยดูแลง่ายกว่าหน่อย กับฮ่องกงอยู่ในแนวพายุ เขาเลยใส่ใจกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ